การปฎิรูปการศึกษาของไทย
การปฎิรูปการศึกษาของไทยเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมายาวนานข้อมูลวิจัยล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้เผยถึงความล้มเหลวของการศึกษาไทยทั้งในด้านระดับเชาวน์ปัญญาของเยาวชนและสัมฤทธิ์ผลในวิชาหลักค่อนข้างต่ำ ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ประธานกรรมการ โรงเรียนนานาชาติ เดอะรีเจ้นท์ ( The Regent’s School ) กูรูนักการศึกษาผู้มากประสบการณ์ทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ได้แสดงข้อคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจในประเด็น “ปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในรัฐบาลชุดใหม่” ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ นโยบายของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ของไทยในช่วงที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า โดยทั่วไปแล้วนโยบายด้านการศึกษาที่ทั้ง 2 พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียงนั้นมีประโยชน์ แต่เป็นนโยบายที่ต้องการให้คนเห็นผลรูปธรรมในระยะสั้น ยังมีปัญหาสำคัญในโครงสร้างลึกๆของปัญหาการศึกษาไทยที่ต้องใช้เวลาแก้ในระยะยาว และต้องเริ่มแก้กันตั้งแต่วันนี้ การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องลงลึกถึงแก่นของปัญหาและเห็นว่าควรเอาคนภายนอกที่มีประสบการณ์มารอบด้านมาปฏิรูป จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยตั้งเป็นคณะกรรมการแห่งชาติ ไม่เกี่ยวกับการเมือง รัฐบาลชุดไหนจะไป จะมา งานปฎิรูปการศึกษาของประเทศก็ยังทำได้ต่อเนื่องและปลอดจากการครอบงำทางการเมือง ส่วนในการปฎิบัติ แน่นอนต้องให้ฝ่ายการเมืองผลักดันในการลงมือปฏิบัติตามแผนปฏิรูปนั้น
สถาบันสอนพิเศษแนวใหม่ แนวคิด
สถาบันสอนพิเศษแนวใหม่ แนวคิด“บ้านแห่งการละเล่นและเรียนรู้ ธุรกิจด้านการศึกษาของเด็กเล็ก เป็นช่องทางหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะปัจจุบันพ่อแม่ ให้ความสำคัญค่อนข้างมากกับพัฒนาการของลูก ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมเมือง เด็กๆจำเป็นจะต้องมีทั้งไอคิว และอีคิว จึงก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ในอนาคต ด้วยเหตุนี้เอง สถาบันการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก ที่มีต้นแบบมาจากคนไทย หรือ การจำลองรูปแบบจากต่างประเทศ ต่างก็เข้ามาเปิดในประเทศไทยจำนวนมาก รวมถึง PLAN-IT EDUCATION CENTRE สถาบันการศึกษาแนวใหม่ ที่ช่วยดูแลเด็กตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กโต สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านและเลิกเย็นค่ำ ไม่มีเวลาดูแลลูกหลังเลิกเรียน นางกุณฑิรา จุลสมัย โอคอนแนล กรรมการผู้บริหาร PLAN-IT EDUCATION CENTRE เล่าว่า ที่มาของ PLAN-IT เกิดขึ้นมาจากตนเองคว่ำหวอดอยู่กับธุรกิจด้านการศึกษามากว่า 14 ปีแล้ว โดยเปิดสถาบันให้ความรู้ แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ แต่หลังจากมีลูกเล็กๆ วัยเรียนถึง 3 คน จึงต้องการให้ลูกมาอยู่ในที่ที่เดียวกัน และไม่อยากให้เด็กเข้าใช้เวลาว่างอยู่ในห้างสรรพสินค้ามากเกินไป จึงได้มีแนวคิด เปิดศูนย์การศึกษาที่เด็กสามารถมาเรียนร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น พี่หรือ น้องก็เรียนได้ โดยจะต้องไม่เปิดอยู่ในห้างสรรพสินค้า และต้องมีพื้นที่ให้เด็กได้วิ่งเล่น ในกลางแจ้ง เด็กๆได้สัมผัสกับธรรมชาติ และที่สำคัญ ต้องมีหลักสูตรที่ดี ครูที่ดี มาให้กับลูก